ที่ดินไทย

ราคาที่ดิน 2569 กทม. ทำเลไหนขึ้นมากที่สุด: ทั้งเมือง +6.2% แต่พระโขนง-บางนา +36.3%

14 min readสรศักดิ์ บุญธรรม
ที่ดินเปล่ามีหญ้าและต้นไม้เล็กอยู่หน้าภาพ ฉากหลังเป็นอาคารสูงของเมืองยามค่ำคืน

ราคาที่ดิน 2569 กทม. ทำเลไหนขึ้นมากที่สุด — คำตอบไม่ใช่ 6.2% ที่อยู่ในพาดหัวข่าวทุกสำนัก ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 440.9 จุด เพิ่มขึ้น 6.2% เทียบปีก่อน (REIC) แต่โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ขึ้น 36.3% ในปีเดียวกัน ต่างกันเกือบ 6 เท่า

ถ้าคุณเอา 6.2% ไปตั้งราคาแปลงในบางนา คุณกำลังขายต่ำกว่าตลาด ถ้าคุณเอา 36.3% ไปตั้งราคาแปลงในโซนที่ดัชนีนิ่ง แปลงคุณจะค้างในประกาศข้ามปีแล้วค่อยลดราคาทีหลัง ซึ่งแพงกว่าการตั้งราคาให้ถูกตั้งแต่แรก บทความนี้แปลตัวเลข REIC ไตรมาสล่าสุดให้เป็นราคาที่คุณกดประกาศได้จริง

ดัชนี 440.9 จุด ต้องอ่านให้ครบสามตัว ไม่ใช่ตัวเดียว

ข่าวส่วนใหญ่หยิบไปตัวเดียวคือ +6.2% แต่รายงานไตรมาส 2/2569 มีตัวเลขที่ต้องอ่านคู่กันสามตัว และตัวที่คนตั้งราคาขายมองข้ามคือตัวสุดท้าย

  • 440.9 จุด คือระดับดัชนีล่าสุด เป็นตัวเลขเทียบฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ราคาต่อตารางวา ห้ามเอาไปคูณเนื้อที่
  • +6.2% เทียบปีก่อน ขยับขึ้นจาก 415.2 จุดในไตรมาส 2/2568 นี่คือภาพระยะปีที่สื่อทุกเจ้าพาดหัว
  • -1.8% เทียบไตรมาสก่อน ลดลงจาก 449.1 จุดในไตรมาส 1/2569 นี่คือภาพระยะสั้น และเป็นตัวที่เปลี่ยนกลยุทธ์ของคนที่กำลังจะประกาศขาย

จุดที่ทำให้ดัชนีชุดนี้ใช้ได้จริงกับคุณคือชื่อของมัน ที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา หมายถึงแปลงที่ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่ดัชนีราคาบ้านจัดสรรหรือคอนโด ตัวเลขนี้จึงตรงกับทรัพย์ที่คุณถืออยู่ ต่างจากตัวเลข "ราคาอสังหาฯ ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์" ที่มักถูกอ้างสลับกันจนคนขายที่ดินตั้งราคาผิดประเภททรัพย์ไปทั้งดีล

และเพราะดัชนีบอกอัตราการเปลี่ยนแปลงของทั้งโซน ไม่ได้บอกราคาแปลงคุณ วิธีใช้ที่ถูกคือเอาอัตราของโซนไปปรับกับราคาฐานของแปลงตัวเอง ซึ่งเราจะทำให้ดูทีละขั้นในหัวข้อวิธีตั้งราคา 4 ขั้น

ราคาที่ดิน 2569 กทม. ทำเลไหนขึ้นมากที่สุด — 5 อันดับจาก REIC

ตัวเลขไตรมาส 2/2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เรียงจากมากไปน้อย (กรุงเทพธุรกิจ)

  1. พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ +36.3%
  2. บางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่-มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง +21.1%
  3. เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด +17.2%
  4. สมุทรสาคร +16.0%
  5. เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก +11.8%

สังเกตว่าไม่มีโซนใจกลางเมืองติดอันดับเลยสักโซนเดียว ทั้งห้าอันดับเป็นชานเมืองและปริมณฑลทั้งหมด เหตุผลข้อแรกคือฐานราคาต่ำ แปลงชานเมืองที่ตารางวาละหลักหมื่นขยับขึ้นหมื่นเดียวก็เป็นเปอร์เซ็นต์สองหลักแล้ว ขณะที่แปลงกลางเมืองที่ตารางวาละหลักล้านต้องขยับเป็นแสนถึงจะได้เปอร์เซ็นต์เท่ากัน ข้อสองคือของที่เหลืออยู่ ใจกลางเมืองแทบไม่มีแปลงเปล่าขนาดพัฒนาได้แล้ว ดีมานด์จากผู้พัฒนาจึงไหลออกนอกวงแหวน ข้อสามคือโครงข่ายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งเราจะดูตัวเลขรายสายในหัวข้อถัดไป

ข้อควรระวังที่คนอ่านตารางนี้พลาดบ่อยที่สุด: เปอร์เซ็นต์สูงไม่ได้แปลว่าราคาต่อตารางวาสูง แปลงในประเวศที่โต 36.3% อาจยังถูกกว่าแปลงในลาดพร้าวที่โตไม่ถึง 10% อยู่หลายเท่า อัตราโตใช้บอกว่าตลาดโซนนี้กำลังร้อน ไม่ได้ใช้บอกว่าแปลงนี้แพงไปแล้ว

ถ้าแปลงคุณอยู่ในสามอันดับแรก ให้เปิดประกาศที่ดินในกรุงเทพฯ ดูว่าเจ้าของแปลงข้างเคียงตั้งราคากันเท่าไหร่ก่อนกดประกาศ ส่วนเจ้าของที่ดินฝั่งปริมณฑลที่ติดอันดับ 3 และ 5 ในรอบนี้ ดูของจริงได้ที่นนทบุรี และปทุมธานี

แนวรถไฟฟ้า: ปลายสายโตแรงกว่าใจกลางเมืองสองเท่ากว่า

REIC แยกดัชนีตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าไว้ด้วย และรูปแบบชัดเจนกว่าตารางรายโซนเสียอีก

  • สายสีเขียว คูคต-ลำลูกกา +17.6%
  • สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี +9.7%
  • สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี +7.4%
  • BTS สุขุมวิท และ Airport Rail Link +7.3%
  • สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง +6.3%

ตัวเลขที่ต้องอ่านคู่กันคือระดับดัชนีรายสาย BTS สุขุมวิทอยู่ที่ 504.2 จุด สูงที่สุดในบรรดาเส้นทางที่ REIC วัด ขณะที่สายสีเขียวช่วงคูคต-ลำลูกกาอยู่ที่ 360.6 จุด (รายงาน REIC ฉบับเต็ม) แปลว่าที่ดินริมสุขุมวิทแพงกว่ามากอยู่แล้วแต่โตช้ากว่า ส่วนคูคต-ลำลูกกาถูกกว่าและกำลังไล่ตาม คนที่ซื้อที่ดินเพื่อถือรอราคาต้องอ่านสองตัวนี้พร้อมกัน ไม่ใช่ไล่ซื้อเฉพาะสถานีที่ชื่อดังที่สุด

คำว่า "ติดรถไฟฟ้า" ในปี 2569 จึงไม่ได้มีค่าเท่ากันทุกสถานี ปลายสายคือที่ที่ราคายังเป็นเรตที่ดิน ไม่ใช่เรตคอนโด ลองดูแปลงรอบสถานีคูคต แล้วเทียบกับราคาที่คุณกำลังจะตั้งหรือกำลังจะจ่าย

-1.8% ในไตรมาสเดียว แปลว่าอะไรกับคนที่กำลังจะประกาศขาย

ดัชนีลดจาก 449.1 จุดเหลือ 440.9 จุดภายในไตรมาสเดียว นี่ไม่ใช่สัญญาณว่าราคาที่ดินกำลังพัง แต่เป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมหยุดวิ่ง และมันล้มกลยุทธ์ที่คนขายที่ดินใช้กันมาตลอด

กลยุทธ์นั้นคือ "ตั้งสูงไว้ก่อน เดี๋ยวราคาก็ไล่ขึ้นมาเอง" ซึ่งทำงานได้เฉพาะตอนที่ดัชนีวิ่งขึ้นทุกไตรมาส พอ QoQ ติดลบ เวลาที่แปลงคุณค้างอยู่ในประกาศไม่ได้ทำให้ราคาไล่ทัน มันแค่ทำให้ประกาศของคุณเก่าลง และผู้ซื้อที่ผ่านตาซ้ำ ๆ เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมแปลงนี้ขายไม่ออก ซึ่งเป็นจุดที่อำนาจต่อรองย้ายข้างถาวร

ซ้ำร้าย ฝั่งผู้ซื้อกำลังกู้ยากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ปี 2569 โตระหว่าง -0.5% ถึง 0.0% และผู้ประกอบการรายใหญ่คาดอัตราปฏิเสธสินเชื่อปีนี้แตะ 17% จาก 15% ในปีก่อน (REIC) ดีลล่มเพราะกู้ไม่ผ่านจึงเกิดบ่อยขึ้น และราคาที่ตั้งไว้สูงจนผู้ซื้อต้องกู้เต็มเพดาน คือราคาที่มีโอกาสล่มสูงที่สุด

6.2% ต่อปี หักต้นทุนถือครองแล้วเหลือเท่าไหร่

ก่อนตัดสินใจถือต่อ ให้เทียบสองตัวเลขนี้ ช่วงปี 2558-2562 ก่อนโควิด ดัชนีชุดเดียวกันนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14.8% ต่อไตรมาสเมื่อเทียบปีต่อปี (REIC) ปัจจุบันอยู่ที่ 6.2% คือไม่ถึงครึ่งของยุคก่อนโควิด ความเชื่อว่าที่ดินไม่เคยลง ถือไว้ยังไงก็กำไร ตั้งอยู่บนตัวเลขชุดที่หมดอายุไปแล้ว

แล้วต้นทุนถือครองล่ะ ปี 2569 เป็นปีที่ที่ดินซึ่งถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่เริ่มเก็บภาษีเข้าสู่อัตรา 0.9% ต่อปี เพราะกฎหมายบวกเบี้ยเพิ่มให้ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทุก 3 ปี (Positioning) แปลงราคาประเมิน 5 ล้านบาทที่เคยเสียปีละ 15,000 บาท ตอนนี้เสีย 45,000 บาท โดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

ถ้าส่วนต่างราคาที่คุณคาดว่าจะได้ต่อปี ต่ำกว่าภาษีบวกดอกเบี้ยที่จ่ายจริง คุณไม่ได้กำลังลงทุน คุณกำลังจ่ายค่าเก็บของ

ลองประกอบตัวเลขดู แปลงในโซนที่โตตามค่าเฉลี่ย 6.2% ต่อปี หักภาษีที่ดินรกร้าง 0.9% เหลือ 5.3% ถ้าคุณกู้มาซื้อ ดอกเบี้ยสินเชื่อที่ดินที่ราว 5.5% ต่อปีจะกินส่วนที่เหลือหมดพอดี และยังไม่รวมค่าโอน 2% ของราคาประเมินตอนขายต่อ ซึ่งที่ดินเปล่าไม่ได้สิทธิ์ลดเหลือ 0.01% เหมือนบ้านพร้อมที่ดิน (ไทยพีบีเอส)

ตัวเลขจะพลิกทันทีถ้าแปลงคุณอยู่ในโซนที่โต 36.3% หรือ 21.1% นั่นคือเหตุผลที่คำถามว่าทำเลไหนสำคัญกว่าคำถามว่าที่ดินขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อยากรู้ค่างวดและดอกเบี้ยจริงของแปลงที่ถืออยู่ ใส่ตัวเลขในเครื่องคำนวณสินเชื่อ ซึ่งมีโปรไฟล์สินเชื่อที่ดินให้เลือก (ดาวน์ 30% ผ่อน 15 ปี 5.5%) และคำนวณเงินสดวันโอนให้ด้วย ส่วนภาษีถือครองรายปีคำนวณละเอียดได้ในบทความภาษีที่ดินเปล่า

ตั้งราคาขายที่ดินใน 4 ขั้น

อย่าเริ่มจากราคาที่เพื่อนบ้านเล่าว่าขายได้เมื่อสองปีก่อน เริ่มจากตัวเลขราชการ แล้วค่อยปรับขึ้นด้วยข้อมูลตลาด

  1. หาราคาประเมินของแปลงคุณ เปิดระบบ D-Value ของกรมธนารักษ์ ค้นผ่านแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมได้โดยไม่ต้องมีเลขโฉนด ยืนยันตัวตนด้วย ThaiD หรือเป๋าตัง และขอหนังสือรับรองแบบดิจิทัลได้ในไม่ถึง 10 นาที (THE STANDARD)
  2. บวกส่วนต่างตลาด 30-40% ราคาประเมินราชการปัจจุบันต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงราว 30-40% (กรุงเทพธุรกิจ) ตัวเลขที่ได้คือกรอบล่างของราคาตลาด ไม่ใช่ราคาที่ควรตั้งขาย
  3. ปรับด้วยอัตราของโซน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งเมือง อยู่ในพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ใช้ 36.3% อยู่นอกห้าโซนนั้น ใช้ 6.2% เป็นค่ากลางแล้วปรับตามสภาพจริงของพื้นที่
  4. เทียบกับประกาศที่กำลังขายอยู่จริงรอบแปลงคุณ ดัชนีบอกทิศทาง ประกาศจริงบอกเพดาน ถ้าคุณตั้งสูงกว่าแปลงข้างเคียงที่ขนาดและหน้ากว้างใกล้กันเกิน 20% ต้องมีเหตุผลอธิบายได้เป็นข้อ ๆ

ตัวอย่างประกอบ แปลงในประเวศที่ราคาประเมิน 30,000 บาทต่อตารางวา บวกส่วนต่างตลาด 35% ได้กรอบล่างราว 40,500 บาทต่อตารางวา จากนั้นดูต่อว่าตัวเลขประเมินชุดนี้ตั้งไว้ตั้งแต่รอบบัญชี 2566-2569 ขณะที่โซนนี้โตมา 36.3% ในปีล่าสุดปีเดียว ราคาที่กล้าตั้งจึงอยู่เหนือกรอบล่างพอสมควร แต่ต้องยืนยันเพดานด้วยประกาศจริงเสมอ และตรวจกับสำนักงานที่ดินหรือผู้ประเมินอีกครั้งก่อนตกลงราคากับผู้ซื้อ

เพิ่มอีกหนึ่งเงื่อนไขเวลา กรมธนารักษ์เตรียมประกาศบัญชีราคาประเมินรอบใหม่ 2570-2573 ในวันที่ 1 ธ.ค. 2569 ให้มีผล 1 ม.ค. 2570 คาดว่าจะปรับขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% (กรุงเทพธุรกิจ) กรอบล่างที่คุณคำนวณจากราคาประเมินวันนี้จะขยับขึ้นเองในเดือนมกราคม แต่ค่าโอนและภาษีที่ดินของคุณก็คิดจากฐานใหม่ที่สูงขึ้นเช่นกัน

รถไฟฟ้า BTS วิ่งบนรางยกระดับผ่านย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร
ส่วนต่อขยายชานเมืองราคาขึ้นแรงกว่าใจกลางเมือง เพราะฐานราคาเดิมต่ำกว่ามาก · ภาพ: Vyacheslav Argenberg / CC BY 4.0

ก่อนใส่ตัวเลข เช็กสีผังเมืองใหม่ด้วย — หน้าต่างยื่นคำร้องกำลังปิด

ปัจจัยที่ขยับราคาที่ดินใน กทม. แรงกว่าดัชนีรายไตรมาสคือสีผังเมือง เพราะมันกำหนดว่าแปลงคุณสร้างอะไรได้และสร้างได้มากแค่ไหน ตอนนี้ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงครั้งที่ 4 เปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอแก้ไขหรือยกเลิกข้อกำหนด เป็นเวลา 90 วัน เริ่ม 10 ส.ค. 2569 (ฐานเศรษฐกิจ)

ยื่นได้ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือออนไลน์ที่ plan4bangkok.com วันปิดรับมีรายงานคลาดกันอยู่ระหว่าง 7-9 พ.ย. 2569 ให้ตรวจกับสำนักการวางผังฯ อีกครั้งก่อนเดินทางไปยื่น อย่าใช้วันที่จากบทความไหนก็ตามเป็นวันสุดท้ายของคุณ

ผลกับราคาตรงมาก ถ้าแปลงคุณถูกปรับขึ้นศักยภาพ การรีบขายเดือนนี้คือการขายก่อนราคาขึ้น ถ้าแปลงคุณถูกลดศักยภาพหรือถูกครอบด้วยข้อกำหนดใหม่ คุณเหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนที่จะคัดค้าน และผู้ซื้อที่ทำการบ้านจะเอาสีใหม่มาต่อรองกับคุณแน่นอน อย่าตั้งราคาบนผังเมืองฉบับที่กำลังจะถูกแทนที่

ถ้าคุณเป็นฝ่ายซื้อ: โซนไหนต่อรองได้ โซนไหนอย่าเสียเวลา

อ่านตารางเดียวกันกลับด้าน ห้าโซนที่โตแรงที่สุดคือห้าโซนที่เจ้าของรู้ตัวแล้วและต่อรองยากที่สุด โดยเฉพาะพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ที่ +36.3% การเดินเข้าไปยื่นข้อเสนอต่ำกว่าประกาศ 20% ในโซนนี้แทบไม่มีโอกาสสำเร็จ และมักได้ผลลัพธ์เดียวคือเสียเวลาสองสัปดาห์

ที่ที่ต่อรองได้คือโซนที่ดัชนีนิ่ง เจ้าของถือมานาน และกำลังโดนภาษีที่ดินรกร้าง 0.9% กัดทุกปี คนกลุ่มนี้คือคนที่ยอมคุยเรื่องราคาจริง ๆ ใช้ราคาประเมินเป็นเครื่องมือตรวจ ถ้าราคาที่ถูกเสนอสูงกว่าราคาประเมินเกินสองเท่า ให้ขอเหตุผลเป็นข้อ ๆ ไม่ใช่คำว่าทำเลดี

และถ้าเป้าหมายคือผลตอบแทน ไม่ใช่ทำเลที่ต้องอยู่เอง ตัวเลขบอกว่าเงินไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แล้ว ดัชนีที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 458.8 จุด เพิ่มขึ้น 39.6% เทียบปีก่อน และแซงกรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่ 440.9 จุดไปแล้ว (REIC) คือโตต่างกันกว่า 6 เท่าในปีเดียว แต่ที่ดิน EEC ผูกกับความคืบหน้าของโครงการลงทุนเป็นหลัก ความเสี่ยงจึงคนละชนิดกับที่ดินในเมือง

ไม่ว่าจะซื้อหรือขาย ก่อนเชื่อคำว่าทำเลดี ให้ใส่พิกัดแปลงลงในคะแนนทำเล ซึ่งให้คะแนน 0-100 จากจุดสนใจจริง 88,000 จุด ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด ถนน และสถานี ตัวเลขนี้อธิบายได้ว่าทำไมโซนหนึ่งโต 36.3% อีกโซนโตไม่ถึง 10% และเป็นหลักฐานที่คุณวางบนโต๊ะเจรจาได้ แทนความรู้สึกของคู่สัญญาอีกฝั่ง

เช็กลิสต์ก่อนกดประกาศขาย

  • ดึงราคาประเมินรายแปลงจาก D-Value แล้วเก็บไฟล์ไว้ ผู้ซื้อและธนาคารจะขอแน่นอน
  • ระบุให้ได้ว่าแปลงคุณอยู่ในโซนไหนของ REIC แล้วใช้อัตราของโซนนั้น ไม่ใช่ 6.2% ทั้งเมือง
  • เช็กสีผังเมืองในร่างฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ก่อนตั้งราคา และยื่นคำร้องทันทีถ้าถูกลดศักยภาพ
  • คำนวณต้นทุนถือครองปีนี้ให้ครบ ภาษีที่ดินบวกดอกเบี้ยถ้ามีหนี้ แล้วเทียบกับอัตราโตของโซนตัวเอง
  • เตรียมค่าโอน 2% ของราคาประเมินไว้ในดีล และเขียนในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดว่าใครออก
  • เทียบประกาศจริงรอบแปลงคุณอย่างน้อย 5 รายการ ที่ขนาดและหน้ากว้างใกล้เคียงกัน
  • ถ้าประกาศครบ 90 วันแล้วไม่มีใครติดต่อเลย ปัญหาคือราคา ไม่ใช่ช่องทาง และดัชนี QoQ ที่ติดลบแปลว่าเวลาไม่ได้อยู่ข้างคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ราคาที่ดิน กทม. ปี 2569 ขึ้นหรือลง

ขึ้นถ้ามองรายปี ลงถ้ามองรายไตรมาส ดัชนีไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 440.9 จุด เพิ่มขึ้น 6.2% เทียบไตรมาส 2/2568 แต่ลดลง 1.8% เทียบไตรมาส 1/2569 คนที่กำลังจะขายควรให้น้ำหนักกับตัวหลังมากกว่า เพราะมันคือสภาพตลาดที่คุณจะเข้าไปขายจริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ดัชนี 440.9 จุด คิดเป็นราคากี่บาทต่อตารางวา

คิดไม่ได้ ดัชนีเป็นตัวเลขเทียบฐานที่ใช้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาทั้งโซน ไม่ใช่ราคาต่อหน่วยของแปลงใดแปลงหนึ่ง ถ้าต้องการตัวเลขบาทต่อตารางวาของแปลงคุณ ให้เริ่มจากราคาประเมินใน D-Value แล้วบวกส่วนต่างตลาด 30-40% ตามขั้นตอน 4 ขั้นในบทความนี้

ที่ดินติดรถไฟฟ้าสายไหนราคาขึ้นแรงที่สุดในปี 2569

สายสีเขียวช่วงคูคต-ลำลูกกา +17.6% สูงที่สุดในไตรมาส 2/2569 ตามด้วยสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี +9.7% และสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี +7.4% ส่วน BTS สุขุมวิทซึ่งมีระดับราคาสูงที่สุดโตเพียง 7.3% รูปแบบจึงชัดว่าส่วนต่อขยายชานเมืองโตเร็วกว่าแนวใจกลางเมืองที่อิ่มตัวไปแล้ว

ควรขายปีนี้ หรือรอราคาประเมินรอบใหม่ปี 2570

ราคาประเมินรอบ 2570-2573 จะประกาศ 1 ธ.ค. 2569 และมีผล 1 ม.ค. 2570 คาดขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ฐานที่สูงขึ้นช่วยให้ผู้ซื้อกู้ได้มากขึ้นและช่วยยันราคาของคุณ แต่ค่าโอน 2% และภาษีที่ดินปีถัดไปก็คิดจากฐานใหม่เช่นกัน ถ้าดีลจบได้ในปีนี้ ให้จบ อย่าถือรอส่วนต่าง 10% แล้วจ่ายภาษีถือครองกับดอกเบี้ยไปมากกว่านั้นระหว่างทาง

ตั้งราคาขายเท่ากับราคาประเมินได้เลยไหม

ได้ แต่แปลว่าคุณกำลังขายต่ำกว่าตลาดราว 30-40% เพราะนั่นคือส่วนต่างที่กรมธนารักษ์ระบุเองว่าราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงอยู่ในปัจจุบัน ใช้ราคาประเมินเป็นกรอบล่างและเป็นเครื่องมือตรวจสอบ ไม่ใช่ราคาตั้งขาย

Last updated Aug 17, 2026

ราคาที่ดิน 2569 กทม. ทำเลไหนขึ้นมากที่สุด (REIC Q2) | ที่ดินไทย